อภินิหารหัวใจร้อยแปด

อภินิหารหัวใจร้อยแปด (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

joker123

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดไม่สวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีล้วนมีข้อดีและเสียแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

หัวใจ๑๐๘เป็นหัวใจที่มีอิทธิฤทธิ์และอภินิหาร แล้วแต่เราจะเลือกเอามาใช้ในทางไหนเพื่อความยึดมั่นก็เลือกเอาแต่ที่เราเคารพบูชาในเรื่องความขลังและศักดิ์สิทธิ์ นช.เบี้ยว แสงทอง

สักหัวใจพระพุทธเจ้า ”อิกะวิติ”

สักอาวุธพระพุทธเจ้า ”ปะสิสะ”

รองลงมา หัวใจดิน ”ปะทะวิยัง”

หัวใจน้ำ”อะปานุติ”

หัวใจไฟ ”เตชะสะติ”

หัวใจลม”วายุสะพะ”

หัวใจธาตุทั้ง ๔ ”นะมะพะทะ”

หัวใจเกาะเพชร ”อูตาตังเก”

หัวใจพระเจ้าสิบชาติ ”เตชะสุเนมะภู จะนาวิเว” เป็นที่เคารพบูชาของนช.เบี้ยวเสมอมาตลอดและได้ผจญการต่อสู้มาอย่างโชกโชน การสักหัวใจดังกล่าวสามารถป้องกันอันตรายอยู่ยงคงกระพันชาตรีมีอิทธิฤทธิ์น่าเคารพบูชาเป็นพระคาถาที่ข้าพเจ้าขอจดจาก นช.เบี้ยวไว้มีโอกาสได้พ้นโทษจึงได้เขียนเรื่องประสบการณ์สู่สายตาท่านผู้อ่านดังต่อไปนี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงแต่ว่าเป็นเรื่องแปลกแหวกแนวกว่าเรื่องอื่นมีบันทึกทางเรือนจำจดเอาไว้อย่างมีหลักฐานเพราะกรณีเรื่องนี้ทำให้เจ้าพนักงานฝ่ายราชทัณฑ์ที่รับผิดชอบถูกอธิบดีลงโทษ ถูกไล่ออกตัดเงินเดือน ขังกันแทบทุกคนแม้แต่ท่านผู้บัญชาการก็ถูกตำหนิในฐานหย่อนสมรรถภาพในด้านการปกครอง

เรือนจํากลางบางขวางตอนนี้คุณหลวงรักษา สุขสันต์ รักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการ ร้อยตำรวจเอกชุมพร พิทักษ์เขตรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าแผนกควบคุม ร้อยโทแพร เพชรกำเนิด เป็นพัศดีประจำจังหวัดนนทบุรี นางสาวอุบล บุนนาค เป็นเจ้าพนักงานผู้คุมหญิงอยู่เรือนจำขังหญิงในแดนจังหวัดนนทบุรี

สล็อต

ข้าพเจ้ารักษาการอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเป็นนักโทษชั้นดีเยี่ยมมีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนักโทษประหารชีวิตและมีหน้าที่ปราบปรามทรชนคนเก่งอันธพาลในคุก ข้าพเจ้าสร้างความดีเพื่อหวังได้รับความอิสระก่อนคำพิพากษา

ที่ทำงานข้าพเจ้าอยู่แดน ๑ วันนี้วันที่ ๑๖ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ มีนักโทษถูกส่งมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชชื่อ นช.เบี้ยว แสงทองกับนางน้อยผู้เป็นภรรยาต้องหาคดีเรื่องฆ่าลูกเขยตาย ส่วนนางน้อยถูกส่งมาแล้วได้ถูกแยกย้ายไปอยู่เรือนขังหญิงนนทบุรี ที่คุกบางขวางมีทั้งนักโทษชายและนักโทษหญิงแต่มีกำแพงกั้นอยู่คนละที่

เมื่อข้าพเจ้าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแผนกควบคุมให้มารับนักโทษข้าพเจ้าก็ออกมาเห็นนช.เบี้ยว นั่งอยู่ก็ได้เรียกตัวเข้าแดนทำทะเบียนรูปพรรณและทะเบียนแยกประเภทข้าพเจ้าถามชื่อพ่อแม่พี่น้องและถามถึงตำหนิไฝฝ้า

นช.เบี้ยวบอกว่าตำหนิที่ตัวมีแต่รอยสักพร้อมกับถอดเสื้อให้ข้าพเจ้าดูนช.เบี้ยว สักหัวใจพระพุทธเจ้า หัวใจเสือสมิง หัวใจพระเจ้าสิบชาติ หัวใจอาวุธพระพุทธเจ้า หัวใจน้ำไฟดินลมและหัวใจธาตุทั้ง ๔ หัวใจเกาะเพชรข้าพเจ้าก็จดบันทึกเอาไว้

นช.เบี้ยว บอกว่าเป็นรอยสักที่พระอาจารย์นุ่ม สุขจิตโต อาจารย์วัดสุจริตธรรม จังหวัดนครศรีราชสีมา เป็นผู้สักให้

ต่อจากนั้นข้าพเจ้าก็นำตัวนช.เบี้ยว เข้าแดนอยู่ภายใต้อาณัติควบคุมดูแลของข้าพเจ้า

สล็อต

สล็อตออนไลน์

อยู่มาวันหนึ่งนช.เบี้ยว ถามข้าพเจ้าเรื่องเมียของเขาที่ถูกขังอยู่เรือนจำนนท์(บางขวาง) เขาจะพบคุยได้ไหมข้าพเจ้าตอบว่าคุยได้แต่ต้องยื่นเรื่องเสนอรายงานตามลำดับจนถึงท่านผู้บัญชาการเห็นสมควรก็อนุญาตให้ยื่นวันธรรมดาถ้าเพียงพบเห็นแต่คุยกันไม่ได้ต้องเป็นวันอาทิตย์มีลิเกทุกๆ แดนเวียนกันเล่น

บางแดนก็เล่นรำวง บางแดนก็เล่นลิเก บางแดนก็เล่นโนราห์ ถ้ามีลิเกทางผู้บัญชาการจะเปิดให้นักโทษหญิงดู แต่ต้องมานั่งอยู่ข้างหน้า อยู่ในความควบคุมของผู้คุมหญิง นักโทษชายอยู่ข้างหลังแต่คุยกันไม่ได้ห้ามติดต่อกัน

วันไหนเป็นวันอาทิตย์นช.เบี้ยวต้องรีบแต่งตัวไปดูทุกวันอาทิตย์ จนต่อมาประมาณ ๓ เดือน นช.เบี้ยวได้ถามข้าพเจ้าว่านักโทษหลบหนีเข้าไปหานักโทษหญิงที่เรือนนอนมีความผิดสถานใดข้าพเจ้าแปลกใจจึงพูดติดตลกออกไปว่า

ถ้าเข้าไปได้ก็เท่ากับขึ้นสวรรค์ นช.เบี้ยว บอกว่าผมไม่ได้ไปยุ่งกับนักโทษหญิงคนอื่นนอกจากเมียของผมคนเดียว ข้าพเจ้าบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะนี่มันคุกไม่ใช่บ้าน

”มึงต้องถูกตีแน่ถ้าเขาจับได้มึงนี่หาเรื่องตายแท้ๆ”

ข้าพเจ้าจึงถามว่ามึงจะเข้าไปโดยวิธีใด นช. เบี้ยว บอกว่าผมไปเที่ยวดูลิเกแดน ๔ ไปเที่ยวที่หลังตึกไปเห็นท่อสูงกว้างพอรอดเข้าไปได้ เพราะสูงแค่อกแต่ตรงกลางท่อมีเหล็กกั้นกลางเอาไว้ แผนการของผม ผมหาเลื่อยตัดเหล็กได้ โดยผมไปซื้อมาจากแดนสงวนและขุดหลุมฝังเอาไว้

วันไหนผมจะเข้าไปหาเมียผมจะเอาเลื่อยตัดเหล็กตัดลูกกรงตรงกลาง แล้วเข้าไปหาเมียผม พบเมียผมแล้วก็กลับ ผมไม่ได้อยู่ค้างคืนข้างแรม คิดว่าคงจะเป็นที่ปลอดภัย

ข้าพเจ้าพูดว่า”นักโทษในคุกตั้งเจ็ดแปดพันคนไม่เคยมีใครเขาจะคิดอย่างมึงมึงนี่มันวอนหาที่ตาย”

ข้าพเจ้าได้พูดอธิบายให้นช.เบี้ยวฟังถึงอาญาโทษที่ติดต่อกับนักโทษหญิงบอกว่า

”อย่าว่าแต่เข้าไปในเรือนขังหญิงเลยเพียงแค่นักโทษผู้ชายเขียนติดต่อถึงนักโทษหญิงเจ้าพนักงานจับได้ทั้งนักโทษหญิงนักโทษชายจะถูกตีตรวนกร้อนผมถูกขังกินข้าวกับน้ำพริกตลอด ๖ เดือนและก็จะถูกโบยด้วยหวายอีก ๒๐ ที ถ้าหนังไม่เหนียวถูกโบยแล้วเลือดจะสาดนองเนื้อหนังจะหลุดเป็นชิ้นๆที่นี้พูดถึงมึงเข้าไปถึงเรือนจำกลางหญิงมึงจะถูกลงโทษขนาดไหนมึงก็คิดเอาเอง”

นช. เบี้ยวบอกว่าผมไม่กลัวขอให้ได้ร่วมรักกับเมียสักครั้งเถิด เพราะเป็นเวลา ๓ ปีแล้วที่ติดคุกไม่มีโอกาสได้ถูกตัวกันเลย

ต่อจากนั้นอีก ๒ วัน นช.เบี้ยวก็ไหว้วานให้ข้าพเจ้าเขียนรายงานอนุญาติเยี่ยมเมียท่านผู้บัญชาการเห็นกฎกระทรวงมหาดไทยบ่งไว้ชัดให้เยี่ยมกันได้จึงอนุญาติ

นช.เบี้ยวกับภรรยาได้พบปะพูดคุย นช.เบี้ยวพูดกับเมียว่า

”วันอาทิตย์จะเข้ามาหาที่เรือนนอน ขอให้เมียรอคอย ผู้ภรรยาก็ถามว่าจะเข้ามาได้อย่างไร นช. เบี้ยว ก็ไม่บอก บอกเพียงแต่ว่าจะเข้ามาให้ได้ ผู้ภรรยาเข้าใจว่าคงจะเป็นการขออนุญาตเข้ามาจึงรับคำ”

jumboslot

นช. เบี้ยว บอกกับเมียว่า

”ถ้าวันอาทิตย์มีลิเกที่แดนนนท์นักโทษหญิง ๒๘ คน ออกดูลิเกกันหมดขอให้เมียนอนทำป่วยเป็นไข้ห่มผ้าไม่ต้องไปกับเขาเหลือน้องคนเดียวคงไม่มีภัยอันตรายใดๆ ผู้เมียสงสารผัวก็รับปากตามที่ผัวบอกให้ทำ”

ต่อจากนั้นนช.เบี้ยวได้เตรียมเลื่อยตัดเหล็กที่ซื้อมาจากแดนสงวนเอาไว้สำหรับตัดลูกกรงที่ขวางท่อที่จะไปสู่คุกหญิง

วันอาทิตย์ทางแดนนนทบุรี เป็นแดนที่เข้ารอบแสดงลิเกมีชาวคุก ๗ ถึง ๘ พันคนต่างเตรียมตัวมาชมลิเกและการแสดงมหรสพด้านต่างๆแล้วแต่ใครจะชอบดูอะไร ทางฝ่ายนางน้อยผู้เป็นภรรยานช.เบี้ยว ก็เสแสร้งทำไม่สบายนอนเอาผ้าคลุมโปงกินยาทันใจ แสดงหลักฐานเป็นประจักษ์ให้ผู้คุมหญิงเห็นว่าป่วยจริง

ผู้คุมหญิงได้คุมพวกนักโทษหญิงทั้งหมดออกไปชมลิเกเหลือแต่นางน้อยคนเดียว เวลา ๐๙.๐๐น. เช้าลิเกแสดงระหว่างนี้นช.เบี้ยว เตรียมตัวตรงมาที่แดน ๔ ซึ่งมีท่อทางน้ำไหลเชื่อมกับคุกหญิง ท่อนั้นสูงเพียงอกอยู่หลังตึก

ถ้านั่งในท่อจะไม่มีใครเห็นนช.เบี้ยวคลานเข้าไปถึงกลางท่อแล้วก็ จัดการตัดลูกกรงเหล็กที่ขวางกลางท่อสองซี่ขาดแล้วนช. เบี้ยวก็ลอดเข้าไปพบนางน้อยและได้พบกันตามปรารถนา ได้ร่วมรักกันจนอิ่มหนำสำราญ จนเพลินลืมเวลา

๑๒.๐๐ น. หยุดพักกินข้าวในตอนนี้ทางเรือนจำนิมนต์พระภิกษุที่วัดบางแพรกเหนือมาแสดงธรรมเทศนาให้นักโทษฟัง ผู้คุมหญิงก็พานักโทษหญิงกลับเข้าเรือนขังเสียงไขกุญแจของเจ้าพนักงานหญิงได้ยินเสียงเปิดประตูนางน้อยก็บอกว่าผู้คุมมาแล้วให้รีบออกไปนช.เบี้ยวจะลงท่อก็ไม่ทันนางน้อยจึงเอานช.เบี้ยวเข้าหมกซ่อนตัวในลังถ่านซึ่งอยู่ใต้ถุนเรือนขังหญิง

จนเวลา ๑๓.๐๐ น. ลิเกเริ่มโหมโรงแสดงต่อ ที่นี้ยุ่งหน่อยเพราะมี นญ.ลัดดา แก้วประเสริฐ ปวดท้องจะคลอดบุตรจึงไปตามหมอโรงพยาบาลมาเพื่อทำการคลอด นช. เบี้ยวก็ไม่สามารถที่จะลงมาที่ท่อได้ มีเจ้าพนักงานหญิงและนักโทษหญิงอีก ๕-๖ คนช่วยกันทำคลอดจนลิเกเลิกเวลา ๑๖.๐๐ น. ผู้คุมก็พานักโทษหญิงกลับเข้าเรือนขังและก็จัดหาอาหารกินกันกว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลา ๑๘.๐๐ น.

เวลา ๑๘.๐๐ น. เจ้าพนักงานหญิงมีอยู่ ๖ คนได้กลับบ้านสามคนและยังเหลืออยู่อีก ๓ คน ต้องอยู่ถึงเวลา ๒๑.๐๐น. เรียกว่าเวรรักษาการควบคุมดูแลนักโทษหญิงทั้งหมดในเรือนขัง

ทางฝ่ายนช. เบี้ยวนอนในลังถ่านรอเวลาที่จะปลอดถึงจะได้ออกมา แต่ก็ยังเห็นเจ้าพนักงานหญิงและพวกหมอทำการคลอด ยังอยู่อีก จนเวลาเข้าเขต ๑๙.๐๐ น.ก็ยังไม่ได้ออก

ทางแดนต่างๆในคุกบางขวางเวลา ๑๘.๐๐ น.ก็เก็บนักโทษเข้าห้องขังทั้งหมดเช็คยอดนักโทษแดนต่างๆเข้าเสร็จเรียบร้อยกันหมดแล้ว ทางแดนหนึ่งยังขาดนช.เบี้ยว ซึ่งนอนอยู่ห้อง๘อีกคนหนึ่ง

เจ้าพนักงานเดือนร้อนค้นหากันทั่วโดยเจ้าพนักงานเข้าใจว่านช. เบี้ยวซุ่มซ่อนตัวเอาไว้เวลากลางคืนก็จะปีนกำแพงคุกหนี

แต่สำหรับข้าพเจ้ารู้ดีจึงนั่งนอนสวดมนต์ภาวนาขอให้นช.เบี้ยวปลอดภัย เจ้าพนักงานค้นที่อื่นหมดแล้วก็ตรงเข้าไปแดน ๔ ใช้ไฟฉายส่องตามท่อพอลงมาท่อสายไฟดูเห็นลูกกรงเหล็กที่ขวางกั้นท่อขาดเว้าแหว่งไป จึงสงสัยว่า นช. เบี้ยวอาจจะหนีออกทางท่อปีนกำแพงแดนนนท์หนีไปแล้ว

เจ้าพนักงานจึงพร้อมกันเข้าแดนนนท์ เข้าเรือนขังหญิง ค้นดูในสถานที่ต่างๆพบนช.เบี้ยวนอนตาใสแป๊วอยู่ในลังถ่าน

เจ้าพนักงาน ๒๐ กว่าคนเรียกร้องค่าเหนื่อยล่อด้วยไม้กระบองคนละทีสองทีถีบกระทืบคนและตุบสองตุบจนนช.เบี้ยวทนไม่ไหวถึงกับสลบเจ้าพนักงานก็หิ้วปีกหามมาถึงตึกบัญชาการนอนสลบอยู่ท่านผู้บัญชาการก่อให้เอาน้ำมาเทราดสองปีบ จนนช.เบี้ยวฟื้น และท่านผู้บัญชาการก็ถามว่า

”มึงเข้าไปทำไมในเรือนขังหญิงมึงจะคิดหนีหรือ”

น.ช.เบี้ยวตอบว่า

”ผมไม่ได้คิดหนีผมเข้าไปหาเมียในเรือนขังหญิง ท่านผู้บัญชาการก็พยักหน้าให้พนักงานที่อยู่ที่นั่นตีและทำร้ายเสียงดังตูมๆเหมือนตีวัวหรือควายสลบเป็นเคารพที่สอง”

ผู้บัญชาการสั่งให้เจ้าพนักงานตีตรวนนช.เบี้ยว โดยลาก นช.เบี้ยวไปทั้งที่สลบเหมือดตีตรวนแล้วให้นักโทษช่วยกันจับตรวนลากหน้าถูลู่ถูกังกับพื้นซีเมนต์และกรวดทรายระยะทางประมาณ ๑ เส้นจนถึงตึกแดงเจ้าพนักงานที่ควบคุมตัวก็มากลบ

ผู้บังคับแดนหนึ่งมีความโกรธแค้นนช.เบี้ยวที่กล้ากำแหงอหังการทำผิดกฎหมายโดยไม่เกรงอาญาโทษจึงให้พี่เลี้ยงนักโทษประหารคือข้าพเจ้าตักน้ำมาราดอีก ๒-๓ ปีบ จนนช.เบี้ยวพื้นผู้บังคับแดนพูดว่า

”มึงรับรองกับกูไว้ว่าจะอยู่อย่างเป็นคนดีแต่กลับอยู่อย่างคนชั่วมึงทำให้กูลำบากและก็จะต้องถึงกับถูกตัดเงินเดือนนช.เบี้ยวยกมือไหว้พัสดีบอกว่า ”นาสวนในนี้ ไม่มีไฟนรกเผาหมดแล้ว”

สิ่งที่ตอบแทนก็คือพัศดีก็ยกเท้าเตะนช. เบี้ยว หงายหลังเจ้าพนักงานแดนหนึ่งก็ช่วยกันเตะกระทืบเป็นการใหญ่จนสลบครั้งที่ ๓ และ นช.เบี้ยวก็ถูกลากตัวเข้าตึกแดง อันตรายใดๆที่จะสร้างรอยบาดเจ็บถึงกับเลือดตกยางออกไม่มีเลยเพราะนช.เบี้ยว มีเวทมนต์คาถาสักป้องกันตัวเอาไว้ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้ว

หลังจากนั้นนช.เบี้ยวถูกขังได้ ๓๐ วัน อาการปวดบวมค่อยยังชั่วถูกคณะกรรมการเรียกตัวมาสอบสวนทางผิดวินัยเรือนจำในข้อหาทำลายของหลวงโดยตัดลูกกรงเหล็กเสียหายและเข้าไปหานักโทษหญิงผู้เป็นเมียเป็นการผิดกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยมาตรา ๔๑ ตัดสินให้ขังตึกแดงกินข้าวกับน้ำพริกจองจำเครื่องบรรณาการ ๑ เดือนและโบยอีก ๒๐ ที

พอคณะกรรมการตัดสินเสร็จเพชฌฆาตหวายก็เรียกนช.เบี้ยว มาโบยอีก ๒๐ ทีตอนนี้นั้นอาการปวดของนช. เบี้ยว ก็ยังมีรอยบวมช้ำในอยู่ นช.เบี้ยวถูกโบยก็ไม่ระคายผิวหนัง ไม่มีเลือดออกจากตัวเลย

นี่แหละครับเขาเรียกว่าคนแปลกกว่าคนเขาทั้งหลายไม่มีใครกล้าจะกระทำความผิดดังเช่นนช.เบี้ยว แต่ก็น่าเห็นใจเพราะแกก็รักเมียของแก ได้รับความสุขเพียงไม่ถึงชั่วโมงก็ได้รับความทุกข์อย่างมหันต์
[NPC5]
ถูกลงโทษเช่นนี้ข้าพเจ้าคิดว่ามีเหตุผลพอที่จะทำให้นช. เบี้ยวไม่คิดอยากจะไปนอนกับเมียอีก คนเราไม่เจ็บตัวไม่ถูกทรมานก็คงไม่สำนึกผิดและก่อนที่จะทำไปไม่นึกถึงผลเสียเจ็บตัวเพราะความประมาท นช. เบี้ยวถูกลงโทษอย่างสาหัสดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้ว(หากเป็นคนธรรมที่ไม่มีเครื่องราของขลังคุ้มตัวคงเลือดอาบเนื้อหนังเหวอะหวะเจียนตาย) จบจ้า

สำหรับตอนนี้ขอมอบพระคาถามหาอุด

“นะผิด นะผัด นะสันตะรังโกอะ โมอุด โมอัด นะผิด นะผัด โมสันตะรังโกอะ พุทอุด พุทอัด นะผิด นะผัด พุทสันตะรังโกอะ ธาอุด ธาอัด นะผิด นะผัด ธาสันตะรังโกอะ ยะอุด ยะอัด นะผิด นะผัด ยะสันตะรังโกอะฯ”

พระคาถานี้ ถ้าจะทำให้เป็นมหาอุด อุดปืนยิงมิออกให้ลงเป็นวงกลมๆ จะเขียนใส่กระดาษ หรือเขียน ใส่อะไรก็ได้ ลงเป็นตระกรุดก็ได้ เวลาเขียนนั้นให้ภาวนาไปด้วย คะเนว่าพอจบก็ให้บรรจบเป็นวงกลมพอดี ถ้าจะลงใส่กระดาษแล้วให้เอาไปปิด ลองเอาปืนยิงดู ถ้าจะให้ยิงมิถูก ให้เอาตัวอะข้างท้ายออกเสีย ให้ลองยิงดูในระยะ ๕ วา ถ้าไม่ถูกให้เข้าใกล้ ๓ วา ปืนยิงมิถูกเลยดีนักแลฯ

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ข้อคิดท้ายเรื่อง รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม

ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

ถ้าสายพวกเล่นว่านเองจะให้ดีต้องปลูกและดูแลเสกพระคาถากับกำเองเลี้ยงด้วยความรักเมตตาจึงจะขลังเพราะต้นไม้ทุกต้นเองก็มีชีวิตเช่นเดียวกับเรา

พระคาถาทั้งหลายต้องใช้พลังจิตเป็นพลังเพื่อให้เกิดอำนาจ การจะฝึกจิตให้นิ่งติดอยู่กับคำภาวนานั้นไม่ใช่ของง่าย ต้องหมั่นฝึกฝน เพราะธรรมดาจิตของคนเราเพียงเเค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถนึกคิดไปได้หลายต่อหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน

ต้องทำให้จิตนิ่งติดอยู่กับคำภาวนาไม่ให้จิตส่งออกไปที่อื่นพยายามระลึกรู้ตามร่างกายส่วนต่างๆเพื่อไม่ไห้ส่งจิตออกไปข้างนอก

เมื่อจิตเพ่งอยู่ในจุดๆเดียวไม่วอกแวกเที่ยววิ่งไปนึกคิดเรื่องใดเเล้ว ขั้นนี้สามารถเพ่งภาวนาพระคาถาให้เกิดฤทธิ์อานุภาพตามอำนาจแห่งพระคาถาได้

หากท่านจิตไม่นิ่ง คิดโน่นคิดนี้ไม่ฝึกจิตเเล้วต่อให้ท่องยังไงก็ไม่เกิดผลดังที่ใจประสงค์ เมื่อจิตเป็นหนึ่ง ภาวนาอะไรๆมันก็จะขลังไปหมด สิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือศีลครับ หากไม่มีศีลเเล้วจะฝึกสมาธิจิตได้ยากมากเพราะจิตมัวนึกคิดถึงอบายกิเลสต่างๆ หากมีศีลเเล้วจิตก็บริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งใดการทำสมาธิจิตให้เป็นหนึ่งจึงทำได้ง่าย

หากไม่สามารถภาวนาจนจิตถึงสงบขั้นฌานได้เพียงแต่สามารถยึดถือสัจจะคำพูดหรือสัจจะในข้อศีลที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานได้อย่างแน่วแน่มั่นคงแม้ตัวจะตายก็ไม่ยอมเสียสัจจะที่พูดไว้แล้วเมื่อจวนตัวในยามคับขันการภาวนาท่องบ่นพระคาถาต่างๆก็สามารถทำให้พระคาถาบทนั้นๆบังเกิดฤทธิ์อาถรรพ์มีอานุภาพตามที่จิตระลึกรู้ได้เช่นกัน

*ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงไปตลอดชีวิตแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน (ยึดข้อเดียวได้ตลอดชีวิตก็ขลังนักแลผมทดลองมาแล้ว)