เมื่อน้ำผึ้งหวานกลายเป็นยาขม 1

วันที่ 29 กันยายน ปี พ.ศ. 2536
เสียงเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ร้องไห้ดังจ้าระงม อยู่ภายในรถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ก-2344 ประจวบคีรีขันธ์ ที่ถูกจอดทิ้งไว้อยู่ริมถนนทางเข้าบ้านหนองปลาไหล ท้องที่หมู่ 2 ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
เป็นช่วงเช้าที่เร่งรีบดั่งเช่นทุกวัน ผู้คนต่างเตรียมตัวเพื่อออกไปทำงาน ในขณะที่พระภิกษุหลายรูปก็ออกมารับบิณฑบาตดั่งเช่นทุกวัน
จนกระทั่ง…กลุ่มพระภิกษุเดินผ่านรถเก๋งคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่อย่างนิ่งสงบราวกับเจ้าของไม่ได้สนใจมันแต่อย่างใด พระภิกษุเดินอุ้มบาตรอย่างสำรวม และในขณะที่กำลังจะเดินผ่านรถเก๋งคันนั้น พระภิกษุเกิดได้ยินเสียงเด็กร้อง เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงกำลังร้องไห้อยู่ ซึ่งเป็นต้นเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากรถยนต์คันนั้น
เสียงร่ำไห้ของหนูน้อย ทำให้พระภิกษุเกิดความสนใจ จึงมองเข้าไปภายในรถคันนั้น เพื่อดูว่าเหตุใดหนูน้อยคนนี้จึงร้องไห้ระงม ทันทีที่มองผ่านกระจกรถยนต์เข้าไปนั้น!!! พระภิกษุทุกรูปถึงกับผงะและตื่นตระหนกตกใจสุดขีดกับภาพที่อยู่เบื้องหน้า

joker123

ภาพสุดสลดที่พบเห็นนั้น คือ ศพของหญิงสาว วัยประมาณ 30 ปี นอนทอดร่างบนเบาะรถยนต์ด้านหน้าข้างคนขับในลักษณะที่เบาะถูกปรับพนักพิงในท่าเอนราบไปด้านหลัง ศีรษะของศพหญิงสาวนั้นห้อยและตกไปด้านหลัง ร่างเปรอะเปื้อนไปดูคราบเลือดที่แห้งเกรอะกรัง ท่อนล่างเปลือย เพราะกางเกงถูกถอดรูดลงมาอยู่ที่หัวเข่า ไร้ซึ่งเสื้อผ้าสวมใส่
บนร่างของศพหญิงสาว มีร่างของเด็กสาวตัวน้อย กำลังนั่งกอดศพอยู่อย่างน่าเวทนา เด็กน้อยร้องไห้จนเสียงแหบแห้งและน้ำตาเหือดหาย และภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างมากแก่ผู้ที่พบเห็น คือ ในมือของหนูน้อยกำกระดาษทิชชู่คอยเช็ดคราบเลือดบนตัวศพหญิงสาวคนนั้นด้วยความรักอย่างซ้ำไปซ้ำมา ราว 6 ชม.
ในเวลาต่อมา ตำรวจและผู้สื่อข่าวมาถึงสถานที่เกิดเหตุตามคำรับแจ้งของชาวบ้านแถวนั้น เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจนายหนึ่งได้ กล่าวว่า “ผมได้รับแจ้งเหตุจากทางวิทยุ ว่าเกิดเหตุฆาตกรรม
ผมจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อทำข่าว เมื่อไปถึงผมพบภาพอันน่าสลดใจ คือ พบศพหญิงสาวโดยมีเด็กน้อยนั่งอยู่บนตักของศพ ไม่ยอมห่างไปไหน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามอุ้มแยกตัวเด็กออกมา หากแต่เด็กไม่ยอมและมีท่าทีขัดขืนไม่ยอมห่างออกจากผู้หญิงคนนั้น”
ตำรวจจาก สภอ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ได้เข้ามาทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทำการบันทึกภาพที่สุดสะเทือนใจ และเก็บหลักฐานในทุกแง่มุมเพื่อใช้ประกอบคดี
ส่วนหนูน้อยคนนั้นถูกนำพาตัวออกจากที่เกิดเหตุ สู่อ้อมอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพวกเขาคอยปลอบประโลม ปลอบขวัญหนูน้อยหลังจากต้องอยู่กับสภาพอันแสนโหดร้ายมาตลอดคืน

สล็อต

ถึงกระนั้น หนูน้อย ก็ยังคงพร่ำเรียกหาแต่แม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่หดหู่ใจและน่าสงสารเหลือเกินจะกล่าว
ผลจากการชันสูตรศพ พบว่า ผู้ตายถูกแทง 3 แห่ง โดยจุดที่โดนแทงอยู่บริเวณลิ้นปี่และหน้าอก และเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 6 ชม. สืบจนทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า ผู้ตาย คือ นางศยามล ลาภก่อเกียรติ อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของร้าน บารมี เสื้อผ้าบูติค อยู่ในจังหวัดประจวบฯ เป็นอดีตภรรยาของ นายแพทย์บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งทั้งสองได้หย่าขาดกันไป 2 ปีก่อน และลูกสาวของผู้ตาย ชื่อเล่นว่า “น้องอิงอิง”
ในขณะเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ารถยนต์ของผู้ตาย ถูกแจ้งความ ว่า หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ วันที่ 28 กันยายน ปี พ.ศ.2536 ที่ สภ.ต.สามกระทาย หากแต่ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่พบศพอยู่ในขณะนี้นั่นเอง
วันก่อนเกิดเหตุ มีพยานพบเห็น ศยามลและน้องอิงอิงขับรถเก๋งออกจากบ้านไป โดยข้างในรถมีชายสามคนอยู่ภายในรถด้วย
เมื่อญาติทราบข่าวเลยรีบเข้าแจ้งตำรวจทันที แต่ไม่ทันกาลเพราะมาทราบภายหลังว่าศยามลกลายเป็นศพไปเสียแล้ว
ในเวลาต่อมาไม่นานนัก “นางซิวเหลียง” แม่ของศยามล แซ่เล้า เดินทางเพื่อขอรับศพลูกสาวไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และได้เปิดเผยเรื่องราวความรักของ ศยามลกับนายแพทย์บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ อันเป็นที่มาของโศกนากฎกรรมของคดีสุดสลดใจครั้งนี้

สล็อต

สล็อตออนไลน์

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว เริ่มต้นเมื่อศยามลเกิดหลงรักกับนายแพทย์บัณฑิต ที่โรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งตอนนั้นศยามลเป็นผู้ช่วยพยาบาล ทำให้พบเจอกับนายแพทย์บัณฑิตอยู่บ่อยครั้ง
จนเกิดชอบพอกันขึ้นมา ทั้งสองแอบจดทะเบียนสมรสอย่างลับ ๆ เพื่อไม่ให้ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรู้ และอยู่กินกันจนกระทั่ง ศยามลให้กำเนิด น้องอิงอิง ในเวลาต่อมา
ครอบครัวของศยามล เป็นครอบที่มีฐานะและชาติตระกูลดี เป็นที่รู้จักในสังคมท้องถิ่น ส่วนนายแพทย์ บัณฑิต ครอบครัวเขาก็มีฐานะ เป็นที่นับหน้าถือตาในหัวหิน เมื่อทางญาติผู้ใหญ่ฝ่ายศยามลทราบเรื่องราวนี้ รู้สึกไม่พอใจ และโกรธมากถึงขั้นยื่นคำขาดให้เลือกว่า เธอจะอยู่กับชายที่เธอรัก หรือ จะเลือกครอบครัว
หลังจากที่ศยามลได้ทบทวนและคิดถึงคำขาดของครอบครัว เธอก็ตัดสินใจได้ว่า เธอเลือกครอบครัว หลังจากนั้น ศยามลจึงหย่าขาดกับนายแพทย์บัณฑิตอย่างเป็นทางการ และมีการเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตร จำนวน 2 ล้านบาท จากนายแพทย์บัณฑิต

jumboslot

นายแพทย์บัณฑิตไม่เห็นด้วย เพราะทำให้เขาขาดผลประโยชน์ในเรื่องมรดกจากครอบครัวศยามล แต่จำเป็นต้องหย่าเพราะโดนบังคับ ทั้งสองหย่าขาดจากกันเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากหย่าขาดจากกันแล้ว ศยามลเปิดร้านขายผ้าบูติคที่ตลาดหัวหิน และในเวลาต่อมาเธอได้ทราบข่าว ว่า นายแพทย์บัณฑิต กำลังจะแต่งงานกับนายแพทย์หญิงในโรงพยาบาลเดียวกัน
และเรื่องนี้เองทำให้ศยามลรู้สึกว่ายอมไม่ได้ เธอใช้วิธีการหลายอย่างเพื่อให้แฟนใหม่ของอดีตสามีวางตัวลำบาก และไม่กล้าแต่งงานด้วย

เรื่องราวเริ่มตึงเครียดมากขึ้นถึงขั้นมีการข่มขู่กันเกิดขึ้น นายแพทย์บัณฑิต บอกกับศยามล ว่า หากศยามลไม่ย้ายออกไปจากหัวหินจะต้องมีเรื่องแน่ !!!
และด้วยความดื้อดึงของศยามล เธอก็ไม่ยอมย้ายตัวเองออกไปไหน ทำให้ นายแพทย์บัณฑิต จนมุมและคิดอะไรต่อไม่ได้ และไม่กล้าทำอะไรกับศยามลขั้นเด็ดขาดมากนัก เพราะครอบครัวของเธอเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้ามีตาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พี่ชายศยามลเป็นอดีตผู้กว้างขวางของเขต อ.ปราณบุรีกุยบุรี ซึ่งอิทธิพลกว้างไกลเป็นที่รู้จักกันดีในวงการ ว่าเป็น “เจ้าพ่อ” ในเขตพื้นที่นั้น และเรื่องราวของทั้งสองก็ยังคงมีปัญหาคาราคาซังอยู่เรื่อยมา
จนกระทั่ง . .
วันที่ 28 กันยายน ปี พ.ศ.2535
มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาศยามล ปลายสายที่โทรมา คือ นายแพทย์บัณฑิต เขาโทรมาบอกว่า จะมารับศยามลไปดูบ้านใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เธอกับลูก ขอเพียงให้เธอมาหาเขา แต่มีข้อแม้ เธอห้ามบอกใครว่าเธอจะไปไหน
และทันทีที่วางสาย เธอตรงไปที่รถเก๋งแล้วขับรถออกจากร้านไปทันที โดยที่เธอไม่ได้บอกใครว่าจะไปไหน หากแต่ตอนที่เธอคุยกับนายแพทย์บัณฑิตอยู่นั้น ก็มีผู้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย คือ น.ส.ปาริชาติ ลาภก่อเกียรติ

ซึ่งเขารู้ดีว่าศยามลกำลังจะไปหาสามีเก่าของเธอ และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบศยามล . . .
จากคำให้การของครอบครัวและญาติพี่น้องศยามล ล้วนแต่มุ่งไปที่ นายแพทย์บัณฑิต ว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องคดีฆาตกรรมศยามล
โดยเฉพาะคำให้การของผู้เป็นแม่ศยามล แม่ของเธอยืนยันว่า ศยามลไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครจนถึงจะฆ่าแกงกันมาก่อน แต่อาจจะมีอยู่คนนึง คือ นายแพทย์บัณฑิต คนเดียวนั่นแหละ ที่อยากจะให้ศยามลหายไปจากโลกนี้
ตำรวจทำการวบรวมหลักฐานและประมวลผลจากที่พบ ตำรวจเชื่อว่า คดีนี้ เป็นคดีฆาตกรรมอำพรางเพื่อให้ตำรวจหลงประเด็น ว่า คือการฆ่าชิงทรัพย์และข่มขืน และในเวลานั้นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียว ก็คือ นายแพทย์บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์
และการสอบปากคำ นายแพทย์บัณฑิต ก็เริ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน แต่นายแพทย์บัณฑิตให้การปฎิเสธ เพราะมีการ อ้างหลักฐานที่อยู่ของตนเอง ว่าในช่วงที่ศยามลถูกฆาตกรรม นายแพทย์บัณฑิตอยู่ในช่วงลาพักร้อน เขายื่นใบลาพักร้อนเพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัด ตั้งแต่ 27-30 กันยายน และลากิจเพิ่มอีกวัน ในวันที่ 1 ตุลาคม

slot

ศพของศยามลถูกตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดศาลาลัย ต.ไร่เก่า อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีกำหนดฌาปนกิจภายใน 7 วัน แม้คดีจะยังไม่ถูกคลี่คลายก็ตาม
วันที่ 30 กันยายน ปี พ.ศ.2536
ข่าวคดีการฆาตกรรมศยามลถูกปรากฎไปทั่วตามหน้าหนังสือพิมพ์ มีรายงานความคืบหน้าจากตำรวจ ว่า พบผู้ต้องสงสัยเพิ่ม คือ นายเอก ไม่ทราบนามสกุล มีพยานเห็นเขาและพรรคพวกสองคนขึ้นรถเก๋งของศยามล
นอกจากนี้ ตำรวจได้หลักฐานชิ้นสำคัญ คือ สมุดบันทึกของศยามล ซึ่งศยามลเป็นคนชอบจดบันทึกเรื่องราวทุกอย่างเอาไว้ ตำรวจหวังว่า สมุดบันทึกนั้นอาจจะมีรายละเอียดที่ตำรวจต้องการอยู่
บันทึกแรกที่ค้นพบ ศยามลเขียนไว้ว่า
“รู้จักกับหมอคนหนึ่งในโรงพยาบาลเดียวกัน เขาพยายามยัดเยียดบทบาทความเป็นเจ้าของ ทั้งที่รู้ว่าเขาหมายปอง นศ.คนหนึ่ง ฉันรู้เต็มอก…แต่พยายามบ่ายเบี่ยง เพราะเห็นใจ “ลูกผู้หญิง”
บันทึกหน้าถัดมา
“เขาลงทุนพาฉันไปสาบาน รักศยามล..จะขอแต่งงานด้วย ต่อหน้าหลุมศพพ่อ ในที่สุดฉันที่ใจเอนเอียงจึงตอบรับรัก แต่ขอหลักประกัน ด้วย ทะเบียนสมรส”