แวมไพร์แห่งซาคราเมนโต

แวมไพร์แห่งซาคราเมนโตเป็นฉายาของฆาตกรต่อเนื่องผู้มีจิตวิปริตผิดมนุษย์ เขาชื่นชอบในการดื่มเลือดของเหยื่อหลังจากที่เขาทำการสังหารเสร็จ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแวมไพร์และยังกินเนื้อและชิ้นส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของเหยื่อด้วย เขามีนามว่า ริชาร์ด เทรนตัน เชส (Richard Trenton Chase)
เชสเกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 1950 ในเมืองซาคราเมนโต, แคลิฟอร์เนีย พ่อของเขาเป็นคนที่เคร่งครัดและพี่สาวที่แก่กว่าเขา 4ปี เชสโตมาพร้อมกับการถูกแม่ของเขาทำโทษโดยใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ นั่นทำให้เชสเกลียดและกลัวแม่ของเขามาก และทำให้เขามีอาการวิตกจริตและปัสสาวะรดที่นอนอยู่เป็นประจำ และเมื่อเขาปัสสาวะรดที่นอน เขาก็มักจะถูกลงโทษโดยใช้ความรุนแรงอีก ทำให้เชสกลายเป็นเด็กเก็บกด ช่วงอายุประมาณ10ขวบ เชสมีพฤติกรรมชอบทารุณสัตว์และเขามักจะสนุกสนานกับการวางเพลิง ด้วยสภาวะเก็บกดทางอารมณ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เชสจึงหันมาใช้ยาเสพติดและติดสุราเรื้อรัง และนั่นทำให้เขามีปัญหาของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

joker123

เชสมีปัญหาทางจิตเนื่องจากการใช้ยาเสพติดและมีการอุปทานเกินกว่าเหตุ นั่นทำให้คนรอบข้างของเขาไม่อยากอยู่ใกล้และทุกคนก็รังเกียจเขามาก เชสคิดอยู่เสมอว่าแม่ของเขานั้นเกลียดเขา และเชื่อว่าแม่กำลังพยายามวางยาพิษเขา นั่นทำให้เขาหนีออกจากบ้านไป เชสย้ายไปอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์กับพวกเพื่อนขี้ยาซึ่งเป็นเด็กมีปัญหาเหมือนกัน แต่พฤติกรรมอันสุดจะทนของเชส เช่นการเดินเปลือยไปทั่วห้องโดยไม่สนใจแขกของเพื่อน การเอาไม้มาตอกตะปูปิดตายห้องนอนของตัวเองเพราะกลัวจะมีคนมาฆ่า พวกเพื่อนจึงพยายามไล่เชสออกไป แต่ไล่เท่าไหร่เชสก็ไม่ไป ทำให้พวกเพื่อนของเขาต้องเป็นฝ่ายย้ายหนีออกจากอพาร์ตเมนต์แทน นั่นทำให้เชสต้องอยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์
เมื่อไม่มีเพื่อนมาคอยกวนใจ เชสจึงกลับมาทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เขาเริ่มจับสัตว์มาฆ่าและชำแหละอวัยวะต่าง ๆ และกินมันทั้งที่ดิบ ๆ บางครั้งเขาก็นำมันมาปั่นผสมกับโคคา-โคลา และดื่มมันเพราะเขาเชื่อว่ามันจะป้องกันไม่ให้หัวใจของเขาหายไป จากพฤติกรรมการกินในครั้งนี้ ทำให้เชสป่วยจนต้องถูกนำตัวไปโรงพยาบาล

สล็อต

ในปี 1975 เชสต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้งเนื่องจากฉีดเลือดกระต่ายเข้าเส้นเลือดจนเขาหมดสติทำให้เลือดเป็นพิษ ทว่าไม่กี่วันต่อมา เชสก็หนีออกจากโรงพยาบาลและไปหลบอยู่ที่บ้านแม่ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกนำตัวไปรักษาที่สถาบันวิเคราะห์ทางจิต เพราะสภาวะทางจิตของเขาผิดปกติในระดับที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น แต่กระนั้นเขาก็ยังแสดงพฤติกรรมที่น่าขนลุกให้แก่เจ้าหน้าที่อยู่บ่อย ๆ เช่น เขาเคยหายตัวไปจากห้องพักและกลับมาห้องพักพร้อมกับรอยเลือดเปื้อนเต็มปาก เชสบอกว่ามันเป็นเลือดของนกสองตัวที่เขาเป็นคนเชือดเองเพราะเขากระหายที่จะดื่มเลือด นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่า “แดร็กคูล่า” จนในปี 1976 เชสที่ได้รับการบำบัดแล้ว ก็ถูกปล่อยตัวกลับบ้านโดยมีเงื่อนไขว่า เชสต้องอยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง แต่ด้วยการที่แม่ของเขามีอคติและรังเกียจลูกคนนี้อยู่แล้ว ทำให้อาการทางจิตของเขากลับรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิม

ในวันที่ 29 ธันวาคม 1977 วิศวกรคุณพ่อลูกสองวัย 51 ปี นามว่า แอมโบรส กริฟฟิน (Ambrose Griffin) ซึ่งกำลังช่วยภรรยาของเขาถือของเข้าบ้านตกเป็นเหยื่อสังหารรายแรกของเชส เขาถูกเชสกระหน่ำยิงจนเสียชีวิตในทันที โดยเชสได้สารภาพถึงการสังหารครั้งนี้ในภายหลังว่า เขากำลังขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วจู่ ๆ ก็มีความรู้สึกว่าอยากฆ่าคนขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ได้มีแผนมาก่อน แล้วบังเอิญว่าแอมโบรสเดินผ่านมาพอดี จึงทำการสังหารเขาในทันที แต่ก่อนจะรู้ตัวคนร้าย ตำรวจก็ได้จับเพื่อนบ้านของเขาที่มีปืน.22 ไปแทน ซึ่งพบว่าเป็นการจับผิดตัว พฤติกรรมของเชสยังคงวิปริตอย่างต่อเนื่อง

สล็อต

สล็อตออนไลน์

ในวันที่ 11 มกราคม 1978 เชสได้ไปขอบุหรี่จากเพื่อนบ้าน ดอว์น ลาร์สัน (Dawn Larson) และตามตื๊อเธอจนเธอได้ให้บุหรี่มาทั้งซอง ลาร์สันซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเชสมา 6 เดือนเล่าว่า เชสมักจะอุ้มสัตว์ขึ้นอพาร์ตเมนต์ของเขาอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยพบเห็นสัตว์พวกนั้นอีกเลย

สองสัปดาห์ต่อมาเชสก็ได้พยายามบุกเข้าไปในบ้านของผู้หญิงอีกคน จีนน์ เลย์ตัน (Jeanne Layton) แต่ประตูของเธอล็อกอยู่ทุกบาน ทำให้เชสจึงได้เดินจากไป เชสได้บอกกับนักสืบในภายหลังว่า บ้านไหนที่ล็อกอยู่แปลว่าบ้านนั้นไม่ได้ต้อนรับเขา แต่บ้านไหนที่ไม่ได้ล็อก แปลว่าบ้านนั้นต้อนรับเขา เมื่อบ้านของผู้หญิงคนนั้นล็อก เขาก็ยังคงเดินไปตามถนนและพยายามบุกเข้าบ้านอื่น ๆ อีก เมื่อเชสได้บุกเข้าไปในบ้านของโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์(Robert Edwards)และบาร์บารา เอ็ดเวิร์ดส์ (Barbara Edwards) คู่สามีภรรยา เขาก็ขโมยของมีค่าของพวกเขาไป เชสได้ปัสสาวะใส่ลิ้นชักเสื้อผ้าของเด็กและถ่ายอุจจาระทิ้งไว้บนเตียงนอน เมื่อทั้งสองสามี-ภรรยากลับบ้านมาแต่เชสก็ยังอยู่ในบ้าน โรเบิร์ตพยายามวิ่งไล่ตามเชส แต่ก็ตามไม่ทัน ทำให้เชสสามารถหนีไปได้
เชสยังคงพยายามที่จะเข้าบ้านของคนอื่นอยู่เสมอ จนกระทั่งเขาได้พบกับบ้านของ เดวิด วอลลิน (David Wallin)ผู้เป็นสามีและเทเรซา วอลลิน (Teresa Wallin) ผู้เป็นภรรยาที่มีอายุครรภ์ 3 เดือนและต้องพักอยู่ที่บ้าน ในวันนั้นขณะเดวิดยังคงทำงานอยู่ที่ทำงาน และเทเรซากำลังนำขยะออกมาทิ้งแต่ไม่ได้ปิดประตูหน้าบ้านไว้ ทำให้เชสได้มีโอกาสเข้ามาดักรอเธออยู่ในบ้าน เมื่อเธอกลับมาบ้าน เชสก็ได้ยิงเธอ 3 นัดและเทเรซาเสียชีวิตในทันที โดย 1 นัดยิงที่มือ และอีก 2 นัดยิงไปที่ศีรษะของเธอ โดยเป็นปืนกระบอกเดียวกันกับที่ใช้สังหารแอมโบรส แต่ในครั้งนี้เขาพบว่า เขาจะมีอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรงกับภาพของผู้หญิงที่นอนจมกองเลือด จากนั้นเชสลากร่างของเธอไปที่ห้องนอนของเธอและทำการข่มขืนศพพร้อมกับแทงซ้ำ ๆ ด้วยมีด เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ชำแหละศพออกและเอาอวัยวะภายในของเธอออกหลายชิ้นและนำไปล้างในห้องน้ำ และนำเลือดไปเก็บไว้ในถัง จากนั้นเขาก็หั่นหัวนมของเธอและดื่มเลือดของเธอโดยใช้แก้วโยเกิร์ตดื่ม ก่อนจากไปเขาเดินไปพบกองอุจจาระสุนัขของสุนัขในสนามหญ้า เขาจึงนำมันกลับไปยัดไว้ในปากและคอของศพ และจากการที่ฆาตกรรมในครั้งนี้วิปริต ไม่มีที่มาที่ไปและไม่มีแรงจูงใจ ทำให้FBIต้องยื่นมือเข้ามาร่วมสืบสวนเพื่อค้นหาฆาตกรรายนี้ด้วย

jumboslot

ในวันที่ 23 มกราคม 1978 สองวันหลังจากการสังหารเทเรซา เข้าได้ซื้อลูกหมามา 2 ตัวจากเพื่อนบ้านเพื่อนำมามาฆ่าและดื่มเลือด และทิ้งศพพวกมันไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้านของเพื่อนบ้านคนนั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1978 เชสได้ก่อคดีฆาตกรรมครั้งสุดท้ายของเขา ซึ่งเป็นการฆาตกรรมหมู่ เชสได้บุกเข้าไปในบ้านของ เอเวลิน มิรอธ (Evelyn Miroth) วัย38ปี ซึ่งดูแลเดวิด(David) หลานชายวัย22เดือนของเธอ นอกจากนี้ในบ้านยังมี เจสัน(Jason) ลูกชายวัย 6 ขวบของเธอ และ แดน เมเรดิธ (Dan Meredith) เพื่อนบ้านที่มาช่วยดูแลเด็ก ๆ ในระหว่างที่เธออาบน้ำ
เมื่อแดนกำลังเดินออกไปที่ห้องโถงหน้าบ้าน พอดีกับที่เชสเดินเข้ามาพอดี แดนจึงถูกเชสยิงเข้าที่ศีรษะของเขาในระยะเผาขนด้วยปืน.22 แบบเดียวกับที่ใช้ฆ่าแอมโบรสและเทเรซา ทำให้แดนเสียชีวิตทันที และเชสขโมยกระเป๋ากระเป๋าสตางค์และกุญแจรถของแดนติดมือไปด้วย จากนั้นเชสก็เดินเข้าไปในบ้าน ระหว่างทางที่เดินเข้าไปในบ้านเขาก็พบกับเดวิด เชสจึงยิงเดวิดเข้าที่ศีรษะ และเดินต่อไปพบกับเจสันที่อยู่ในห้องนอน
จึงยิงเจสันที่ศีรษะ 2 ครั้งในระยะเผาขน จากนั้นเชสก็เข้าไปในห้องน้ำและยิงเอเวลินเข้าที่ศีรษะจนเธอเสียชีวิตและกระหน่ำแทงเธอ จากนั้นเชสก็ลากศพเธอมาไว้บนเตียง เขาเริ่มย่ำยีศพของเอเวลินและกัดกินศพและดื่มเลือดของเธอ ไม่มีใครในบ้านหลังนั้นที่รอดชีวิต

ในขณะนั้น ด้านนอกบ้านมีเด็กหญิงคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนเล่นของเจสัน ได้มาเคาะที่ประตูบ้าน ทำให้เชสตกใจและรีบหนีออกจากบ้านนั้นด้วยรถของแดนที่ขโมยมา เด็กหญิงที่เห็นสภาพภายในบ้านนั้นจึงรีบวิ่งไปแจ้งเพื่อนบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านรีบไปดูและแจ้งตำรวจในทันทีซึ่งพบหลักฐานมากมายเช่น รอยนิ้วมือและรอยเท้าที่เหยียบเลือดไปมา
ขณะเดียวกัน เชสที่กำลังหนีออกมา เขาไม่ได้จะกลับบ้านมือเปล่า เขานำศพของเด็กชายเดวิดกลับมาด้วย เขาตัดอวัยวะเพศของเดวิด ชำแหละศพและกินอวัยวะภายในอีกหลายส่วน ทั้งยังนำอวัยวะส่วนอื่น ๆ ไปปั่นและดื่มด้วย และในที่สุดก็นำศพไปทิ้งที่โบสถ์ใกล้ ๆ และนี่เป็นจุดจบของเชส

ในที่สุดตำรวจก็พบอีกเบาะแสที่สำคัญคือรถของแดน ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก และพบกับรอยนิ้วมือของฆาตกร ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัว ริชาร์ด เทรนตัน เชส เชสหนีไปไหนไม่รอด เขาถูกตำรวจจับกุมตัวตอนที่กำลังเดินออกจากห้องพักพร้อมกล่องใบหนึ่งที่ใส่ผ้าขี้ริ้วเปื้อนเลือดเอาไว้ และจากการค้นตัวเชส พบว่า เขามีปืน.22 และกระเป๋าสตางค์ของแดน และจากการตรวจค้นภายในรถกระบะของเชส พบขยะ มีดและรองเท้าเปื้อนคราบเลือด นอกจากนี้ตำรวจยังไปค้นห้องพักของเขาก็พบเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดแห้ง หนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวคดีแรกที่เชสได้ไปก่อไว้ เครื่องปั่นที่เอาไว้ปั่นเลือดและอวัยวะภายในของเหยื่อ และอาหารคลุกเลือด ในตู้เย็นก็ยังพบจานใส่ชิ้นส่วนมนุษย์และสัตว์อีกหลายใบ รวมไปถึงสมองของหนูน้อยเดวิด

ในปี1979 เชสได้ถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรม 6 ข้อหา เพื่อเลี่ยงโทษประหารชีวิต ทนายของเขาได้อ้างประวัติการบำบัดทางจิตในอดีตเพราะดูจากคดีที่เชสก่อนั้น ไม่มีแบบแผนในการก่อคดี
แต่ในท้ายที่สุด ในวันที่ 8 พฤษภาคม 1979 ศาลซาคราเมนโต ได้ตัดสินให้เชสมีความผิดจริงในคดีฆาตกรรม 6 ข้อหา แล้วต้องโทษประหารชีวิตด้วยห้องรมแก๊ส ก่อนการประหาร เขาได้อ้างกับนักข่าวที่มาขอสัมภาษณ์ว่า เขาฆ่าคนเพราะเป็นคำสั่งของพวกนาซีและยูเอฟโอ
เชสมีอาการนอนไม่หลับจากความเครียด แพทย์จึงต้องเข้ามาจ่ายยานอนหลับให้ จนเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 1980 ผู้คุมได้เข้ามาตรวจห้องขังของเชสพบว่า เขานอนด้วยท่าทางที่ประหลาดและไม่หายใจ เมื่อตรวจดู พบว่า เชสสิ้นใจตายในวัย 30 ปีเนื่องกินยาเกินขนาด โดยเขาแอบสะสมยานอนหลับที่แพทย์ให้ ไว้กินคราวเดียว เผื่อหลีกเลี่ยงการโดนประหารชีวิตด้วยห้องรมแก๊ส และนั่นถือได้ว่าเป็นการปิดตำนานแวมไพร์แห่งซาคราเมนโต
[NPC5]
และถึงแม้ฆาตกรแวมไพร์ผู้นี้จะจากโลกเราไปนานแล้ว แต่ความวิปริต โหดเหี้ยม อำมหิตของเขาก็ยังคงยากที่จะลืม